การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง

การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง
โรคปวดหลังเป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคกระดูกและข้อ

  • การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังมีเป้าประสงค์ได้แก่
    การประเมินถึงความรุนแรงของอาการปวดหลัง และการจำกัดการทำงาน การประเมินได้แก่
    ระดับความรุนแรงของอาการปวด ซึ่งมีเครื่องมือมาตรวัดความเจ็บปวดได้แก่ Visual analog scale (เส้นวัด 0-100 มิลลิเมตร) และ numeric pain scales (ตัวเลข 0-10)
    การวัดหน้าที่การทำงาน มีเครื่องมือหลายอย่างที่ช่วยในการวัดประเมินการทำงานในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังได้แก่ Roland Morris Disability Questionnaire และ Oswestry Disability Index
  • การประเมินเพื่อแยกโรคที่มีพยาธิสภาพที่รุนแรงในบริเวณกระดูกสันหลังซึ่งได้แก่
    มะเร็งท่ีบริเวณกระดูกสันหลัง (Spinal metastases) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะภายในอื่นๆ ผู้ป่วยมักจะมีประวัติของการเป็นมะเร็งของอวัยะหนึ่งอวัยวะใดมาก่อน นำ้หนักลด มีอาการปวดหลังมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการปวดไม่ตอบสนองด้วยวิธีการรักษาแบบปกติ อายุมากกว่า 50 ปี มีอาการปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะกะปิดกะปรอย มีอาการเดินลำบาก มีอาการอ่อนแรงของระยางค์ส่วนล่าง
    กระดูกสันหลังยุบอันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน (OSteoporotic collapsed vertebra) ซึ่งมักพบในผู้ป่วยสูงอายุ มีปัญหาโรคกระดูกพรุน มีการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นประจำ
    การติดเชื้อของกระดูกสันหลัง (Spinal infection) ผู้ป่วยมักมีไข้ อาจมีภูมิต้านทานของร่างกายบกพร่อง
    ภาวะการอักเสบของกระดูกสันหลังโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรค Ankylosing spondylitis ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจจะมีอาการปวดตอนกลางคืน มีข้อยึดติดในตอนเช้า อาการปวดอาจจะดีขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย
    ภาวะเส้นเลือดแดง aorta โป่งพอง (aortic aneurysm) ซึ่งมักพบได้ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีประวัติเป็นโรคผนังหลอดเลือดตีบตัน มีก้อนที่ท้อง มีอาการปวดตอนกลางคืน และบางครั้งอาจจะมีอาการปวดร้าวลงขาได้

กลุ่มอาการของโรคที่มีลักษณะต้องระวังและรับการตรวจสอบหาสาเหตุเพิ่มเติมได้แก่

  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • อุจจาระลำบาก และกะปริดกะปรอย (Fecal incontinence)
  • มีปัสสาวะลำบาก และกะปริดกะปรอย (Urinary incontinence)
  • มีไข้
  • ลักษณะการเดินที่ผิดปกติไป (Gait abnormality)
  • มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน
  • มีภาวะการกดภูมิคุ้มกัน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • มีประวัติการใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าทางเส้นเลือด
  • ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการให้ยา
  • เป็นโรคกระดูกพรุน
  • มีอาการปวดหลายตำแหน่ง
  • มีอาการปวดขณะพัก
  • มีอาการปวดมากตอนกลางคืน
  • มีอาการชาบริเวณรอบๆทวารหนัก (Saddle numbness)
  • มีประวัติการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์
  • มีโครงสร้างร่างกายผิดปกติ
  • มีประวัติเคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อน
  • นำ้หนักลดที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการอ่อนแรงในส่วนของขา

ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งอาจเกิดจากพยาธิสภาพที่รุนแรงบริเวณกระดูกสันหลัง การตรวจด้วยภาพถ่ายรังสีและการตรวจเลือดจะสามารถช่วยในการวินิจฉัยผู้ป่วยในกลุ่มต่างๆเหล่านี้เป็นอย่างมาก

การประเมินเพื่อดูสภาวะของระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ระบบการรับความรู้สึกของร่างกาย (sensory systems)
  • ระบบการเคลื่อนไหวของระยาวงค์ (Motor systems)
  • ปฏกิริยาการตอบกลับอัตโนมัติของกล้ามเนื้อ (Deep tendon reflex)

การประเมินเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงได้แก่

  • ประเด็นของการได้ค่าชดเชยจากอาการปวดหลัง
  • สภาวะของอารมณ์ของผู้ป่วย
  • ปัญหาทางครอบครัว
  • พฤติกรรมของความกลัว
  • ความเชื่อที่ไม่เหมาะสม
  • การที่มีผลกระทบทางระบบประสาทเช่น มีอาการชา อาการอ่อนแรงของระยางค์
  • มีความไม่พึงพอใจต่องานที่ทำอยู่
  • เคยมีประวัติปวดหลังมาก่อน และความรุรแรงของอาการปวดหลังค่อนข้างมาก
  • ความคาดหวังในการรักษาที่ไม่เป็นจริง