โรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์คืออะไร
โดย นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

โรคเก๊าท์นี้เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการอักเสบของร่างกายตอบสนองต่อผลึกของสาร urate monohydrate ซึ่งพบในผู้ป่วยที่มีปริมาณของกรดยูริกสูง ซึ่งภาวะสารยูริกสูงนี้อาจเกิดเนื่องมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมด้วยก็ได้ ส่วนใหญ่โรคนี้มักเป็นกับผู้ชายวัยกลางคน โดยมีการอักเสบตามข้อต่างๆของร่างกาย ถ้าเป็นโรคนี้เป็นระยะเวลานานจะทำให้สารยูริกตกผลึกคล้ายผงชอล์กสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่นที่บริเวณหัวนิ้วเท้า ข้อเข่า ข้อศอก หรือถ้าเป็นรุนแรงมากจะเกิดการตกตะกอนเกิดเป็นนิ่วที่ไต ทำให้เกิดภาวะไตวายในระยะท่ายของโรคถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

โรคนี้พบบ่อยแค่ไหน
โรคเก๊าท์เป็นโรคที่พบได้บ่อย ผู้ชายมักจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิงประมาณ 5 เท่า อายุส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเก๊าท์ในเพศชายประมาณ 40-50 ปี ในเพศหญิงมักจะมากกว่า 60 ปี

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการอย่างไร
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดและบวม ตามข้อต่างๆ แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดได้แก่ อาการปวดและบวมที่บริเวณข้อต่อของนิ้วหัวแม่เท้า

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วย
ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่มักจะอ้วน ซึ่งความอ้วนนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคผิดปกติของหลอดเลือดของหัวใจ ดังนั้นจึงควรรับการตรวจวัความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ตรวจวัดระดับไขมันในกระแสเลือด และควรงดการสูบบุหรี่

การรักษา
ส่วนใหญ่ในระยะแรกของโรคที่มีข้ออักเสบแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาลดการอักเสบ หลังจากที่ข้ออักเสบทุเลาลงแล้วประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ถ้าพบว่าผู้ป่วยมีปริมาณของกรดยูริกในร่างกายสูง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยควบคุมอาหาร โดยลดการรับประทานอาหารที่มีสาร purine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เกิดกรดยูริก เช่น หน่อไม้ สัตว์ปีก และยอดผักก่างๆ และละเว้นการดื่มสุราและเบียร์ ถ้าควบคุมอาหารแล้วไม่ได้ผล ปริมาณญุริกยังไม่ลอก็อาจจำเป็นต้องรับประทานยาลดกรดยูริก

ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคเก๊าท์เป็นระยะเวลานาน อาจทำให้กรดยูริกมีการตกตะกอนตามข้อต่างๆ และจะมีการตกตะกอนที่ไตทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วที่ไต และในที่สุดจะเกิดภาวะไตวายตามมา และเป็นๆหายๆผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ

(รูปภาพ)