โรคกระดูกพรุน 

 

 

          “การสูญเสียมวลกระดูกไม่แสดงอาการใดออกมา ประชาชนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุนจนกระทั่งกระดูกอ่อนแอลง เมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย หรือหกล้มก็ทำให้เกิดกระดูกหัก”

 

 

โรคกระดูกพรุนคืออะไร?

         โรคกระดูกพรุน คือ โรคที่มีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างต่อเนื่อง และเสื่อมสลายทางโครงสร้างของกระดูกทำให้กระดูกบางลง มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย โรคนี้ค่อยๆเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน มักไม่ค่อยแสดงอาการจนกระทั่งมีการหักของกระดูกเกิดขึ้น

 

รูปภาพ 1 ผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้นและเป็นโรคกระดูกพรุนร่วมกับมีการยุบตัวของกระดูกสันหลังทำให้ตัวเตี้ยลงและหลังค่อม

 

           โดยปกติร่างกายจะมีการสะสมมวลกระดูกตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งมีมวลกระดูกสูงสุดในช่วงอายุประมาณ 20 – 30 ปี ซึ่งหลังจากนั้นความหนาแน่นของมวลกระดูกจะคงที่ หลังจากนั้นเมื่อมีอายุประมาณ50 ปี ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าเพศหญิงจะมีอัตราการสูญเสียของมวลกระดูกมากกว่าในเพศชาย เนื่องจากผลของการหมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ยับยั้งการสร้างกระดูกนั้นมีปริมาณที่ลดลง ทำให้เกิดการทำลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกมีผลทำให้มวลกระดูกบางลง ถ้ากระดูกบางลงจนถึงจุดหนึ่งจะทำให้เกิดกระดูกหักตามมา ซึ่งอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

 

 

รูปกราฟแสดงความสัมพันธ์ของมวลกระดูกที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยเด็ก และลดลงในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยพบว่าในเพศหญิงมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่าในเพศชาย
เนื่องมาจากการหมดประจำเดือน ทำให้เพศหญิงมีดอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่าเพศชาย และมีโอกาสเกิดกระดูกหักได้มากขึ้น

 

 

โรคกระดูกพรุนมีอาการอย่างไร?

            โรคกระดูกพรุนมักถูกเรียกว่า “มหันตภัยเงียบ” เนื่องจากการสูญเสียมวลกระดูกไม่แสดงอาการใดออกมา ประชาชนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุนจนกระทั่งกระดูกอ่อนแอลง เมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย หรือหกล้มก็ทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่ายโดยเฉพาะกระดูกบริเวณสะโพก, กระดูกสันหลัง, และกระดูกบริเวณข้อมือผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดมากจนกระทั่งไม่สามารถทำงานและทำกิจวัตรประจำวันได้ เมื่อกระดูกสันหลังหัก หรือยุบลงมาผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง, ตัวเตี้ย, หลังค่อม

 

รูปภาพ 3 แสดงโครงสร้างของกระดูกปกติ และโครงสร้างของกระดูกพรุน และการยุบตัวของกระดูกสันหลัง

 

 

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ?

         สาเหตุที่แท้จริงของโรคกระดูกพรุนไม่ทราบแน่นอน อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้แก่ เพศหญิง, ประจำเดือนหมดก่อนวัยอันควร หรือได้รับการผ่าตัดเอารังไข่ออก, ได้รับอาหารที่มีแคลเซียมต่ำ, สูบบุหรี่, ดื่มสุราและกาแฟมาก, ได้รับยาสเตียรอยด์, ยารักษาโรคไทรอยด์, เป็นโรครูมาตอยด์ พบว่า 50% ของผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปีเกิดกระดูกหักเนื่องจากโรคกระดูกพรุน

 

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่?

        แพทย์สามารถตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกโดยใช้เครื่องเอกซเรย์(DEXA)วัดความหนาแน่นของมวลกระดูกที่สะโพก, กระดูกสันหลัง, และกระดูกข้อมือ ซึ่งเป็นวิธีการวัดมวลกระดูกด้วยเทคนิคพิเศษโดยใช้รังสีจำนวนน้อยเพื่อหาปริมาณของมวลกระดูก

 

มีวิธีป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนอย่างไร?

         การป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุนเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระดูกหัก โดย

                 · หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

                 · รับประทานแคลเซียม ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก โดยมีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุคือ

                       o เพศชายและเพศหญิงอายุ 9-18 ปี ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

                       o เพศชายและเพศหญิงอายุ19-50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

                       o ผู้หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตรต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

                       o เพศชายและเพศหญิงอายุมากกว่า 50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

                       o อาหารที่มีแคลเซียมสูงได้แก่ โยเกิร์ต, นม 1 แก้ว(250 cc) มีแคลเซียม 300มก., ปลากระป๋อง, ผักบร๊อคเคอรี่, ผักใบเขียว

                · วิตามินดี ร่างกายต้องการวิตามินดีวันละ 200-600iu

                · ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกเช่น การเดิน, การวิ่ง, การวิ่งบนสายพาน การรำมวยไท้เก๊กเป็นการช่วยฝึกความสมดุลของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้หกล้มได้ง่าย

     

ถ้าเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วมีวิธีการรักษาอย่างไร?

        หลักการในการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ได้แก่

               · ลดปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาข้างต้น

               · ป้องกันไม่ให้หกล้ม เพราะจะทำให้เกิดกระดูกหักง่าย

               · รับประทานแคลเซียม วิตามินดีให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

               · เมื่อเกิดโรคกระดูกพรุนแล้วก็มีการใช้ยาในการรักษาเพื่อชลอการสูญเสียมวลกระดูกไม่ให้เกิดมากขึ้น และลดอัตราการเกิดกระดูกหัก ปัจจุบันที่ใช้ในการรักษาได้แก่

                      o ยายับยั้งการทำลายกระดูก

                            § ยา celvista ซึ่งจะช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดกระดูกสันหลังยุบ

                            § ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนท(bisphosphonate) ซึ่งได้แก่

                                   · ยากลุ่มที่สามารถรับประทานแบบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ได้แก่ ฟอสซาแมก (fosamax), แอคโตเนียว (Actonel)

                                   · ยาลดการทำลายกระดูกชนิดรับประทานเดือนละ 1 ครั้งได้แก่ บอนวิวา (Bonviva)

                                ซึ่งยาในกลุ่มนี้สามารถลดอุบัติการณ์การเกิดกระดูกหักที่กระดูกสันหลัง และกระดูกหักที่บริเวณสะโพกได้

                            § ยา Strontium ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งการทำลายกระดุก และช่วยสร้างมวลกระดูก

                            § ยาฉีดกระตุ้นการสร้างกระดูกโดยตรง (parathyroid hormone, Forteo) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสร้างมวลกระดูก

 

 

_________________________________________________

 

 

_________________________________________________

เชิญเพิ่มเพื่อนทาง line จาก หมอเก่ง กระดูกและข้อ

เพื่อรับข้อมูลข่าวสารสุขภาพกระดูกและข้อครับ

line id search @doctorkeng กรุณากดลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40doctorkeng

หรือที่ QR code

แล้วกด add นะครับ

 

อ่านความรู้โรคกระดูกและข้อเพิ่มเติมได้ที่

1. www.taninnit.com

2. http://taninnit.blogspot.com/

3. https://www.facebook.com/backpainnonop/

email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

โทร 081-5303666

หมอเก่ง : ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (Taninnit Leerapun, MD, MS, MBA)

ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

หมอเก่งคลินิก (สันป่าข่อยคลินิก)